ตะกรันในคูลลิ่งทาวเวอร์คืออะไร เกิดจากอะไร และแก้ยังไง

ตะกรันในคูลลิ่งทาวเวอร์คืออะไร เกิดจากอะไร และแก้ยังไง | TPK Water

ตะกรันในคูลลิ่งทาวเวอร์คืออะไร เกิดจากอะไร และแก้ยังไง

ถ้าระบบคูลลิ่งทาวเวอร์ในโรงงานของคุณ ค่าไฟสูงขึ้นโดยไม่มีสาเหตุ, น้ำหล่อเย็นร้อนกว่าปกติ, หรือพบคราบขาวเกาะตามท่อและแผง — นั่นคือสัญญาณของ ตะกรัน (Scale) ที่กำลังทำลายประสิทธิภาพและอายุการใช้งานของระบบอยู่เงียบๆ บทความนี้จะอธิบายตั้งแต่สาเหตุ, อันตราย ไปจนถึงวิธีแก้ที่ถูกต้องด้วยเคมีปรับปรุงน้ำ

1. ตะกรันในคูลลิ่งทาวเวอร์คืออะไร

ตะกรัน (Scale) คือคราบแข็งที่เกาะสะสมตามผนังท่อ, แผงระบายความร้อน (Heat Exchanger), Fill Media, และพื้นผิวต่างๆ ภายในระบบคูลลิ่งทาวเวอร์

องค์ประกอบหลักของตะกรันที่พบบ่อยในโรงงานไทย ได้แก่:

  • แคลเซียมคาร์บอเนต (CaCO₃) — พบมากที่สุด เกิดจากน้ำที่มีความกระด้างสูง
  • ซิลิกา (SiO₂) — แข็งมาก กำจัดยาก มักพบในน้ำบาดาล
  • แคลเซียมซัลเฟต (CaSO₄) — ละลายน้ำยาก ตกตะกอนเร็วเมื่อน้ำเข้มข้น
  • แมกนีเซียมซิลิเกต — มักเกิดร่วมกับซิลิกาในน้ำบาดาล
✅ ตะกรัน vs ตะกอน (Sludge) — ต่างกันอย่างไร

ตะกรัน คือคราบแข็งที่เกาะติดแน่น เกิดจากการตกผลึกของแร่ธาตุ | ตะกอน (Sludge) คือสิ่งสกปรกที่ลอยหรือนอนก้น เช่น ฝุ่น ตะไคร่น้ำ อินทรีย์วัตถุ — วิธีแก้แตกต่างกัน

2. สาเหตุของการเกิดตะกรัน

คูลลิ่งทาวเวอร์ทำงานโดยการระเหยน้ำเพื่อดึงความร้อน — เมื่อน้ำระเหยออกไป แร่ธาตุที่ละลายอยู่กลับถูกทิ้งไว้ในระบบ และสะสมเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ จนเกินจุดอิ่มตัวและตกผลึกเป็นตะกรัน

2.1 ค่าความกระด้าง (Hardness) สูง

น้ำบาดาลในประเทศไทย โดยเฉพาะในนิคมอุตสาหกรรมหลายแห่ง มีค่าความกระด้างสูง (Total Hardness > 200 mg/L as CaCO₃) แคลเซียมและแมกนีเซียมเป็นตัวการหลักของตะกรันแคลเซียมคาร์บอเนต

2.2 ค่า COC (Cycles of Concentration) สูงเกินไป

COC คืออัตราส่วนความเข้มข้นของน้ำในระบบ เทียบกับน้ำเติม (Makeup Water) เมื่อน้ำระเหยออก ความเข้มข้นของแร่ธาตุในน้ำที่เหลืออยู่จะสูงขึ้นตามค่า COC

⚠️ ตัวอย่าง: COC = 5 หมายความว่าอะไร

ถ้าน้ำเติมมีแคลเซียม 50 mg/L และ COC = 5 น้ำหมุนเวียนในระบบจะมีแคลเซียม 250 mg/L — เพิ่มขึ้น 5 เท่า เสี่ยงตกผลึกเป็นตะกรันสูงมาก

2.3 ค่า pH สูงเกิน 8.5

ในสภาวะ pH สูง (Alkaline) ปฏิกิริยาการตกผลึกของแคลเซียมคาร์บอเนตเกิดได้ง่ายและรวดเร็วกว่ามาก การควบคุม pH ในช่วง 7.0–8.5 จึงเป็นขั้นตอนพื้นฐานในการป้องกันตะกรัน

2.4 อุณหภูมิน้ำสูง

ในบริเวณ Heat Exchanger ที่มีอุณหภูมิสูง ความสามารถในการละลายของแคลเซียมคาร์บอเนตลดลง — ทำให้ตะกรันเกาะที่ผิว Heat Exchanger ก่อนเสมอ

3. ตะกรันอันตรายแค่ไหน — ตัวเลขที่โรงงานต้องรู้

8–10%
เพิ่มขึ้น
การใช้พลังงานจากตะกรันหนา 1 มม.
25%
เพิ่มขึ้น
การใช้พลังงานจากตะกรันหนา 3 มม.
40%
ลดลง
ประสิทธิภาพการถ่ายเทความร้อนเมื่อมีตะกรัน
3–5×
สูงขึ้น
ค่าซ่อมแซมเมื่อปล่อยให้ตะกรันสะสมนาน

ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับระบบ

  • ค่าไฟฟ้าสูงขึ้น — ระบบต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อรักษาอุณหภูมิที่กำหนด
  • ระบบหล่อเย็นล้มเหลว — น้ำหล่อเย็นร้อนเกินกำหนด กระทบกระบวนการผลิต
  • Chiller ทำงานหนักขึ้น — ถ้าคูลลิ่งทาวเวอร์เชื่อมต่อกับระบบ Chiller จะส่งผลต่อกัน
  • ท่อและอุปกรณ์เสียหาย — ตะกรันที่สะสมนานอาจอุดตันท่อและทำให้ต้องเปลี่ยนอุปกรณ์
  • เพาะเชื้อ Legionella — ตะกรันและตะกอนเป็นแหล่งอาหารและที่อยู่อาศัยของแบคทีเรีย

4. Legionella กับตะกรัน — ความเสี่ยงที่มองข้ามไม่ได้

Legionella pneumophila เป็นแบคทีเรียที่เจริญได้ดีในระบบน้ำที่มีตะกรัน, ตะกอน, และอุณหภูมิน้ำ 25–45°C — ซึ่งตรงกับสภาพแวดล้อมในคูลลิ่งทาวเวอร์พอดี

⚠️ อันตรายของ Legionella

ละอองน้ำ (Aerosol) จากคูลลิ่งทาวเวอร์ที่มีเชื้อ Legionella เมื่อสูดดมเข้าปอดอาจเกิด โรค Legionnaires’ Disease (ปอดบวมรุนแรง) อัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยอยู่ที่ 10–15% และสูงถึง 40–80% ในกลุ่มผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ

ตะกรันเพิ่มความเสี่ยง Legionella อย่างไร

ตะกรันทำหน้าที่เป็น “ที่หลบซ่อน” (Biofilm Habitat) ของแบคทีเรีย — เชื้อ Legionella ฝังตัวอยู่ใต้ตะกรันและ Biofilm ทำให้สารฆ่าเชื้อ (Biocide) ที่เติมลงในน้ำไม่สามารถเข้าถึงและกำจัดได้ การป้องกันตะกรันจึงเป็นส่วนสำคัญของการควบคุม Legionella

✅ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

กรมโรงงานอุตสาหกรรมกำหนดให้โรงงานที่มีคูลลิ่งทาวเวอร์ต้องมีแผนการบำรุงรักษาและควบคุมเชื้อโรคในระบบน้ำหล่อเย็น — การบำรุงรักษาระบบเคมีน้ำจึงไม่ใช่แค่เรื่องประสิทธิภาพ แต่เป็นเรื่องของกฎหมายด้วย

5. ค่าน้ำที่ต้องตรวจสอบในคูลลิ่งทาวเวอร์

การตรวจสอบค่าน้ำสม่ำเสมอเป็นหัวใจของการบริหารระบบเคมีน้ำ ตารางด้านล่างแสดงค่าที่เหมาะสมสำหรับระบบคูลลิ่งทาวเวอร์ทั่วไป

พารามิเตอร์ ค่าที่แนะนำ ถ้าออกนอกช่วง
pH 7.0 – 8.5 ต่ำ: กัดกร่อน | สูง: เสี่ยงตะกรัน
Conductivity (EC) 1,000 – 3,000 µS/cm สูง: ความเข้มข้นแร่ธาตุสูงเกิน → Blowdown
Total Hardness < 500 mg/L as CaCO₃ สูง: เสี่ยงตะกรัน CaCO₃ สูง
COC (Cycles of Concentration) 3 – 5 รอบ สูงเกิน: เร่งการตกผลึกของแร่ธาตุ
Silica (SiO₂) < 150 mg/L สูง: ตะกรันซิลิกา แข็งมาก กำจัดยากมาก
Chlorine (Free Cl₂) 0.2 – 1.0 mg/L ต่ำ: เสี่ยง Legionella และสาหร่าย
Langelier Saturation Index (LSI) -0.5 ถึง +0.5 บวกมาก: เสี่ยงตะกรัน | ลบมาก: กัดกร่อน

* ค่าที่แนะนำอาจแตกต่างกันตามวัสดุของระบบ (เหล็ก, ทองแดง, สแตนเลส) และประเภทของน้ำเติม — ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อกำหนดค่ามาตรฐานของระบบ

6. วิธีแก้และป้องกันตะกรันด้วยเคมี

การจัดการตะกรันในคูลลิ่งทาวเวอร์มี 2 ระดับ คือ ป้องกันก่อนเกิด และ กำจัดหลังเกิดแล้ว

6.1 โปรแกรมเคมีป้องกันตะกรัน (Prevention Program)

1
วิเคราะห์น้ำ (Water Analysis)
เริ่มต้นด้วยการวิเคราะห์น้ำเติม (Makeup Water) เพื่อทราบค่าความกระด้าง, ซิลิกา, pH, Alkalinity ก่อนเสมอ — ข้อมูลนี้เป็นพื้นฐานของการออกแบบโปรแกรมเคมีที่เหมาะสม
2
ควบคุม pH ด้วยกรด
เติมกรดซัลฟิวริก (H₂SO₄) หรือกรดไฮโดรคลอริก (HCl) เพื่อปรับ pH ให้อยู่ในช่วง 7.0–8.5 ควรใช้ระบบ Automatic Dosing Controller เพื่อความแม่นยำและปลอดภัย
3
เติม Scale Inhibitor
ใช้สารยับยั้งตะกรัน เช่น Phosphonate หรือ Polymer ในปริมาณ 5–20 ppm เพื่อป้องกันการตกผลึกของแคลเซียม สารเหล่านี้ทำงานโดยดัดแปลงรูปผลึก ป้องกันไม่ให้เกาะผิว
4
ควบคุม COC ด้วย Blowdown
Blowdown (การระบายน้ำออก) เป็นวิธีลดความเข้มข้นของแร่ธาตุ ควรตั้งระบบ Automatic Blowdown Controller ที่ตรวจค่า Conductivity เพื่อระบายน้ำโดยอัตโนมัติเมื่อเกินเกณฑ์
5
เติม Biocide ป้องกัน Legionella
สลับใช้ Oxidizing Biocide (คลอรีน, Bromine) และ Non-oxidizing Biocide (DBNPA, Isothiazolin) เพื่อป้องกันการสร้าง Resistance และควบคุมทั้ง Legionella และสาหร่าย

6.2 การล้างตะกรันที่เกาะอยู่แล้ว (Chemical Cleaning)

ถ้าตะกรันสะสมมากแล้ว ต้องทำ Chemical Cleaning ก่อน จึงจะเริ่มโปรแกรมเคมีป้องกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • กรดอ่อน (เช่น กรดซิตริก, กรดไกลโคลิก) — ล้างตะกรัน CaCO₃ ได้ดี ปลอดภัยกับวัสดุส่วนใหญ่
  • Descaling Chemical เฉพาะทาง — ประสิทธิภาพสูง ต้องใช้อย่างถูกต้องและล้างออกให้สะอาด
  • High-pressure Cleaning — ใช้ร่วมกับเคมีเพื่อกำจัดตะกรันที่แข็งมาก
⚠️ สำคัญ: อย่าล้างตะกรันโดยไม่มีแผน

การล้างตะกรันโดยใช้กรดแรงโดยไม่มีผู้เชี่ยวชาญดูแลอาจทำให้ท่อและอุปกรณ์กัดกร่อนเสียหายได้ ควรให้ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ก่อนทุกครั้ง

7. ตารางเปรียบเทียบเคมีที่ใช้ในระบบคูลลิ่งทาวเวอร์

เคมี หน้าที่ ปริมาณที่ใช้ หมายเหตุ
Scale Inhibitor
Phosphonate / Polymer
ป้องกันตะกรัน CaCO₃, CaSO₄, SiO₂ 5 – 20 ppm ขึ้นอยู่กับความกระด้างน้ำและ COC
Corrosion Inhibitor
Molybdate / Zinc / BZT
ป้องกันการกัดกร่อนท่อเหล็กและทองแดง 10 – 30 ppm เลือกตามวัสดุท่อในระบบ
pH Adjuster
H₂SO₄ / HCl
ปรับ pH ให้อยู่ในช่วงที่เหมาะสม ตามผลวัด pH ต้องใช้ระบบ Auto Dosing ที่แม่นยำ
Oxidizing Biocide
Chlorine / Bromine
ฆ่าเชื้อ Legionella, สาหร่าย, แบคทีเรีย Free Cl₂: 0.2–1.0 ppm ตรวจสอบ residual สม่ำเสมอ
Non-oxidizing Biocide
DBNPA / Isothiazolin
สลับใช้กับ Oxidizing เพื่อป้องกัน Resistance 50 – 100 ppm (shock dose) ใช้เป็นครั้งคราว ทุก 2–4 สัปดาห์
Dispersant
Polyacrylic Acid
ป้องกันตะกอนและ Sludge เกาะผิว 5 – 15 ppm มักรวมอยู่ใน Multi-functional chemical

ไม่แน่ใจว่าระบบของคุณมีตะกรันหรือเปล่า?

TPK Water ให้บริการวิเคราะห์น้ำและออกแบบโปรแกรมเคมีคูลลิ่งทาวเวอร์ฟรี
พร้อมจำหน่ายสารกรองน้ำและเคมีปรับปรุงน้ำทุกชนิดในราคาขายส่ง

ขอคำปรึกษาฟรี ดูสินค้าเคมีคูลลิ่ง

8. คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

คำถาม-คำตอบด้านล่างนี้มี FAQ Schema (JSON-LD) ฝังอยู่ในโค้ดเพื่อช่วยให้ Google และ AI แสดงผลได้โดยตรง

ตะกรันในคูลลิ่งทาวเวอร์คืออะไร
ตะกรัน (Scale) คือคราบแข็งที่เกาะตามผนังท่อ, แผงระบายความร้อน, และพื้นผิวของระบบ เกิดจากแร่ธาตุในน้ำ เช่น แคลเซียมคาร์บอเนต (CaCO₃) และซิลิกา (SiO₂) ที่ตกผลึกเมื่อน้ำระเหยและความเข้มข้นของแร่ธาตุสูงขึ้นเกินจุดอิ่มตัว
ตะกรัน 1 มม. ทำให้สิ้นเปลืองพลังงานเพิ่มขึ้นเท่าไหร่
ตะกรันหนา 1 มม. ทำให้ระบบใช้พลังงานเพิ่มขึ้นประมาณ 8–10% และถ้าตะกรันหนา 3 มม. จะเพิ่มการใช้พลังงานถึง 25% ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อค่าไฟฟ้าของโรงงาน
ค่า COC คืออะไร ควรตั้งไว้ที่เท่าไหร่
COC (Cycles of Concentration) คืออัตราส่วนความเข้มข้นของแร่ธาตุในน้ำหมุนเวียน เทียบกับน้ำเติม ค่า COC ที่เหมาะสมสำหรับคูลลิ่งทาวเวอร์ทั่วไปอยู่ที่ 3–5 รอบ ถ้าต่ำเกินไปสิ้นเปลืองน้ำเพิ่มขึ้น ถ้าสูงเกินไปเพิ่มความเสี่ยงตะกรันและการกัดกร่อน
ค่า pH ที่เหมาะสมสำหรับคูลลิ่งทาวเวอร์คือเท่าไหร่
ค่า pH ที่แนะนำสำหรับระบบคูลลิ่งทาวเวอร์อยู่ที่ 7.0–8.5 ถ้า pH ต่ำกว่า 7.0 จะเพิ่มความเสี่ยงการกัดกร่อน (Corrosion) ถ้าสูงกว่า 8.5 จะเพิ่มความเสี่ยงตะกรันแคลเซียมคาร์บอเนต ควรตรวจวัดอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง
เคมีป้องกันตะกรันคูลลิ่งทาวเวอร์ใช้ปริมาณเท่าไหร่
ปริมาณ Scale Inhibitor ที่ใช้ทั่วไปอยู่ที่ 5–20 ppm ขึ้นอยู่กับค่าความกระด้างของน้ำ (Hardness), ค่า COC, และประเภทของเคมีที่ใช้ ควรทำการวิเคราะห์น้ำก่อนเพื่อกำหนดโปรแกรมเคมีที่เหมาะสมกับระบบของแต่ละโรงงาน
Legionella ในคูลลิ่งทาวเวอร์อันตรายไหม ป้องกันด้วยอะไร
อันตรายมากครับ — Legionella เป็นแบคทีเรียที่เจริญในน้ำที่มีตะกรันและตะกอน อุณหภูมิ 25–45°C สูดดมละอองน้ำที่มีเชื้อเข้าปอดอาจเกิดโรคปอดบวมรุนแรง (Legionnaires’ Disease) อัตราเสียชีวิตถึง 10–15% ป้องกันด้วยการใช้ Biocide และทำความสะอาดระบบทุก 6 เดือน
ตะกรันในคูลลิ่งทาวเวอร์ต่างจากตะกรันในบอยเลอร์อย่างไร
ทั้งสองระบบมีตะกรันจากแหล่งเดียวกัน (แร่ธาตุในน้ำ) แต่ คูลลิ่งทาวเวอร์ เป็นระบบเปิดที่มีการระเหยและสัมผัสอากาศ เสี่ยง Legionella และสาหร่าย ส่วน บอยเลอร์ เป็นระบบปิดที่มีอุณหภูมิและความดันสูง ตะกรันในบอยเลอร์อันตรายกว่าเพราะอาจทำให้เกิดการระเบิดได้
ควรตรวจสอบน้ำในคูลลิ่งทาวเวอร์บ่อยแค่ไหน
สำหรับโรงงานทั่วไป แนะนำตรวจ pH และ Conductivity ทุกวัน (หรือใช้ระบบ Online Monitoring), Hardness, Alkalinity, Chlorine ทุกสัปดาห์ และ Full Water Analysis (รวม Legionella) ทุก 3–6 เดือน

บทความที่เกี่ยวข้อง

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านระบบน้ำอุตสาหกรรม

TPK Water มีประสบการณ์ดูแลระบบน้ำในโรงงานอุตสาหกรรม — ทั้งจำหน่ายเคมีปรับปรุงน้ำ, สารกรองน้ำ, และให้คำปรึกษาระบบ Cooling Tower, Boiler, Chiller

ขอคำปรึกษาฟรี ดูสินค้าเคมีคูลลิ่ง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *